เข้าร่วมกิจกรรมการนำเสนอกลุ่มที่ 4
อารมณ์-จิตใจ:ลักษณะของอารมณ์พื้น อารมณ์ คุณธรรม จริยธรรมต่อตนเองและผู้อื่น
สรุปองค์ความรู้
ความสําคัญพัฒนาการด้านอารมณ์-จิตใจของเด็กปฐมวัย
วัยอนุบาลเป็นช่วงเวลาสํา คัญที่สุดช่วงหนึ่ง เพราะเป็นช่วงเวลาที่เด็กเรียนรู้เรื่องต่างๆมากที่สุดในชีวิต เด็กจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่เช่นไรในอนาคต ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูในช่วงนี้ เป็นช่วงที่หล่อหลอมลักษณะพิเศษของแต่ละคน หรือที่เราเรียกว่า “บุคลิกภาพ” ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ยากเมื่อเติบโตขึ้น ทั้งนี้เพราะเด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็กๆ เด็กคือ เด็ก ที่มีความรู้สึก มีความคิดเห็นของตัวเอง แต่จะถูกหรือผิดขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ที่จะช่วอบรมสั่งสั่ สอน นํา พาเข้าสู่ เส้นทางที่ถูกที่ควร เด็กจึงจะเจริญเติบโตเป็นเด็กที่เป็นคนดี มีความสุข และมีความสมดุลในชีวิต
ปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใจ
1.ลักษณะการถ่ายทอดทางพันธุกรรม สิ่งที่เด็กได้รับการถ่ายทอดจากบิดามารดาหรือบรรพบุรุษ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธได้ เช่น เด็กได้รับยีนเพศผิดปกติ XYY จะมีอารมณ์ผิดปกติ
พฤติกรรมก้าวร้าว เป็นต้น
2.การอบรมเลี้ยงดูจากครอบครัวหรือสิ่งแวดล้อมที่เด็กได้รับจากครอบครัว การอบรมเลี้ยงดู
ประสบการณ์สําคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์-จิตใจ
ประสบการณ์สําคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์-จิตใจ เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้แสดงออกทาง
อารมณ์และความรู้สึกของตนเองที่เหมาะสมกับวัย ตระหนักถึงลักษณะพิเศษเฉพาะที่เป็นอัตลักษณ์ความเป็นตัวของตัวเอง มีความสุข ร่าเริงแจ่มใส การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ได้พัฒนาคุณธรรมจริยธรรม สุนทรียภาพความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง และความเชื่อมั่นในตนเองขณะปฏิบัติกิจกรรมต่างๆแต่ละครอบครัวแตกต่างกัน จะมีผลต่ออารมณ์และจิตใจของเด็ก
หลักการประเมินพัฒนาการด้านอารมณ์-จิตใจ ของเด็กปฐมวัย
การประเมินพัฒนาการเด็กอายุ 3-6 ปี เป็นการประเมินพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม
และสติปัญญาของเด็ก โดยถือเป็นกระบวนการต่อเนื่อง และเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมปกติที่จัดให้เด็กใน
แต่ละวันผลที่ได้จากการสังเกตพัฒนาการเด็ก ต้องนํามาจัดทําสารนิทัศน์ หรือจัดทําข้อมูลหลักฐานหรือเอกสารอย่างเป็นระบบ
1. วางแผนการประเมินพัฒนาการอย่างเป็นระบบโดยเริ่มต้นจากการศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย กําหนดวัตถุประสงค์ วิธีการและเครื่องมือการประเมินและเก็บรวบรวมข้อมูลแปลผลต่อไป
2. ประเมินพัฒนาการเด็กครบทุกด้านซึ่งต้องสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานคุณลักษณะที่พึประสงค์ ตัวบ่งชี้ และสภาพที่พึงประสงค์แต่ละวัยที่กําหนดไว้ในหลักสูตรสถานศึกษา
3. ประเมินพัฒนาการเด็กเป็นรายบุคคลอย่างสม่ําเสมอต่อเนื่องตลอดปี
4.ประเมินพัฒนาการตามสภาพจริงจากกิจกรรมประจําวันด้วยเครื่องมือและวิธีการที่หลากหลาย
5. สรุปผลการประเมินจัดทําข้อมูลและนําผลการประเมินไปใช้พัฒนาเด็กเป็นรายบุคคลและใช้เป็นข้อมูล สื่อสารกับผู้ปกครองในการเสริมศักยภาพเด็กเป็นรายบุคคล
เทคนิควิธีที่เหมาะสมในการประเมินพัฒนาการด้านอารมณ์-จิตใจ
การประเมินพัฒนาการณ์และการเรียนรู้เป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการจัดประสบการณ์ ตามปกติในกิจวัตร ประจํา วัน ครูควรประเมินอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ จะสามารถใช้หลักสูตรและจัดประสบการณ์ได้อย่างเหมาะสมกับวัยและความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็ก
1. การสังเกต การสังเกตเป็นเครื่องมือวัดผลชนิดหนึ่งที่นิยมใช้มาก เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวนักเรียนแล้วจึงบันทึก ผลการสังเกตลงในแบบบันทึกข้อมูลในการเรียนการสอน สิ่งที่ครูจะสังเกตนักเรียน
2. การสัมภาษณ์ ด้วยวิธีการพูดคุยกับเด็กเป็นรายบุคคลและควรจัดในสภาวะแวดล้อมเหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดความเครียด และวิ ตกกังวลผู้สอนควรใช้คํา ถามที่เหมาะสมเปิดโอกาสให้เด็กได้คิดและตอบอย่างอิสระจะทํา ให้ ผู้สอนสามารถ ประเมินความสามารถทางสติปัญญาของเด็กแต่ละคนและค้นพบศักยภาพในตัวเด็กได้โดย บันทึกข้อมูลลงในแบบ สัมภาษณ์
ภาพการเข้าร่วมกิจกรรมเเละทำเเบบทดสอบ



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น