วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566

เข้าร่วมกิจกรรมการนำเสนอกลุ่มที่ 3

เข้าร่วมกิจกรรมการนำเสนอกลุ่มที่ 3 
ร่างกาย-ทักษะการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กเเละประสานสัมพันธ์
สรุปองค์ความรู้
ความสําคัญของพัฒนาการทางด้านร่างกาย (การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก)
    กล้ามเนื้อมัดเล็กเป็นอวัยวะที่สําคัญหนึ่งในการประกอบกิจวัตรประจําวันด้วยตนเอง เช่นการใส่ -
ถอดกระดุม รูดชิป การแปรงฟัน ผูกเชือกรองเท้า งานศิลปะ รวมทั้งการขีดเขียน ถ้าเด็กใช้กล้ามเนื้อเล็กได้
คล่องแคล่ว จะช่วยส่งเริมพัฒนาการด้านต่างๆ เช่น ด้านสติปัญญาให้ดีขึ้นเพราะกล้ามเนื้อมัดเล็กมีส่วนทําให้เด็กได้ใช้มือสํารวจ สังเกต จากการสัมผัสจับต้องในทุก ๆกิจกรรม(อธิษฐาน พูลศิลป์ศักดิ์กุล. 2546: 111) ซึ่งการใช้มือเพื่อที่จะจับของเล่นและเรียนรู้ทักษะในการช่วยเหลือตนเอง เช่น การกินอาหารและแต่งตัว
(Awereness. 2003: Online) เป็นการฝึกความพร้อมด้านกล้ามเนื้อมือ นิ้วมือให้แข็งแรงใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและการฝึกความสัมพันธ์ระหว่างตากับมือ จะช่วยให้เด็กได้ออกกําลังและพร้อมที่จะใช้ในการเขียน (พูนสุข บุณย์สวัสดิ์ 2544: 41) เด็กจะสามารถเขียนสิ่งใดได้ก็ต่อเมื่อมีความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมือ และสายตาทํางานประสานสัมพันธ์กันได้ดี (เยาวพา เดชะคุปต์. 2542: 123) ซึ่งจะทําให้การควบคุม และการประสานงานกันของกล้ามเนื้อมัดเล็กกับส่ายตามีความสัมพันธ์กับพัฒนาการของการรับรู้ และสติปัญญาของเด็กปฐมวัยด้วย(กุลยา ต้นติผลาชีวะ. 2542: 64)

ความหมายของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก 
    มีผู้ให้นิยามไว้หลายท่าน ดังนี้
ฟรอส์ท; และดิสซิงเจอร์ (เยาวพา เดชะคุปต์. 2542: 87 อ้างอิงจาก Fros; & Kissinger.1974)
กล่าวถึงความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก เพื่อทํากิจกรรมต่างๆ ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อมือและตาเกี่ยวข้องกับทักษะต่าง ๆในการช่วยเหลือตนเอง เช่น การติดกระดุม รับลูกบอลที่เดาะเพียงครั้งเดียว

พัฒนาการของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก
    เบคเกอร์ (วิลาวัณย์ เผือกม่วง. 2536: 24; อ้างอิงจาก Baker. 1955: 192-195) กล่าวว่าการให้เด็กได้
มีโอกาสได้ทํากิจกรรมต่างๆ เช่น เล่นกลางแจ้ง วาดภาพและทํางานหัตถศึกษาจะช่วยให้เด็กมีการประสานงานของกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี

หลักการประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย
    การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้เป็นองค์ประกอบที่สําคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็น
กระบวนการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมและความสามารถของเด็กในด้านต่างๆ ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง แล้วนํามาเรียบเรียงอย่างเป็นระบบเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเกี่ยวกับเด็กหรือการจัดประสบการณ์ให้แก่เด็กการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้เป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการจัดประสบการณ์ตามปกติในกิจวัตรประจําวัน ครูที่ประเมินอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบจะสามารถใช้หลักสูตรและจัดประสบการณ์ได้อย่างเหมาะสมกับวัย และความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็ก

เทคนิคและวิธีการประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย (กล้ามเนื้อมัดเล็ก)
    การวัดผลและประเมินผลพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย สามารถใช้วิธีการต่างๆ ได้หลายรูปแบบ
การรวบรวมข้อมูลขึ้นอยู่กับลักษณะและประเภทของข้อมูลที่ต้องการวิธีการที่เหมาะสมและนิยมใช้ในการ
ประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยแนวใหม่ มีด้วยกันหลายวิธีดังต่อไปนี้
 การสังเกต (Ovservation)
ข้อมูลที่ได้รับจากการสังเกตจะถูกต้องเพียงใดขึ้นอยู่กับตัวผู้สังเกตเป็นสําคัญ
การสังเกตแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. การสังเกตโดยตรง (Direct observation) เป็นการสังเกตที่ผู้สังเกตเฝ้าดูพฤติกรรมที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง
แบ่งเป็น
ก.การสังเกตแบบมีส่วนร่วม เป็นการสังเกตที่ผู้สังเกตเข้าไปร่วมเหมือนเป็นสมาชิกของกลุ่มที่จะสังเกต
โดยทํากิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่ม
ข.การสังเกตโคยไม่เข้าไปมีส่วนร่วม เป็นการสังเกตที่ผู้สังเกตอยู่วงนอก ไม่เข้าไปร่วมกิจกรรมของกลุ่ม
เช่น สังเกตจากห้องกระจก หรือดูจากโทรทัศน์กล้องวงจรปิด
2. การสังเกตโดยอ้อม (Indirect observation) เป็นการสังเกตที่ผู้สังเกตไม่ได้เฝ้าสังเกตดูพฤติกรรมต่างๆ
ด้วยตนเอง แต่อาศัยการถ่ายทอดจากผู้อื่นเล่าพฤติกรรมของผู้ถูกสังเกตให้ผู้สังเกตฟัง หรืออาศัยข้อมูลจากเครื่องมือต่างๆ
    จุดมุ่งหมายของการสังเกตพฤติกรรม
การสังเกตเป็นวิธีการวัดที่ตรงที่สุด เป็นวิธีการประเมินที่เหมาะสมสําหรับการเรียนการสอน และประเมิน
พัฒนาการเด็กปฐมวัย
       หลักการสังเกต
        1.ต้องกําหนดจุดมุ่งหมายของการสังเกตที่แน่นอน
2.ศึกษาเรื่องที่จะสังเกตล่วงหน้า
3.วางแผนการสังเกตให้เป็นระบบ
4.ข้อมูลที่ได้รับควรเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ โดยใช้ check list หรือ rating scale เข้าช่วย
5.ข้อมูลที่สังเกตได้ควรมีการตรวจสอบช้ํา
6.ผู้ที่สังเกตควรฝึกการสังเกตก่อนไปสังเกตจริง
    วิธีการสังเกต
        1. ใช้การสังเกตพฤติกรรมหรือความสามารถโดยตรงขณะที่เด็กเล่นหรือทํากิจกรรมต่าง ๆ ทั้งอยู่ในบ้านนอกบ้าน
2. ใช้การแสดงพฤติกรรมของเด็กโดยการกระตุ้นให้เด็กแสดงพฤติกรรม หรือความสามารถ
3. ในกรณีที่ไม่สามารถสังเกตโดยตรง ให้ซักถามพ่อแม่ ผู้ปกครองหรือผู้ใกล้ชิดเด็กแทน
การบันทึกการสังเกต
การบันทึกการสังเกต ให้แสดงเครื่องหมายเมื่อเด็กสามารถแสดงพฤติกรรมหรือความสามารถตามที่กําหนด
และแสดงเครื่องหมายเมื่อเด็กไม่สามารถแสดงพฤติกรรมหรือความสามารถตามที่กําหน

 ภาพการเข้าร่วมกิจกรรมเเละทำเเบบทดสอบหลังเรียน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

สมุดรายงานประจำตัวของนักเรียน

  ออกเเบบการสื่อสารถึงผู้ปกครอง                                  1.เเจ้งเนื้อหา กิจกรรม วัตถุประสงค์ในการเรียนเเต่ละสัปดาห์                 ...